วันนี้พึ่งเจาะหูมา....

ครั้งแรกในชีวิตเลย............. มันเจ็บจี๊ดๆนะ

ขอสาธยายนิดนึงนะ..... ตอนแรกวันนี้กะจะไปซื้อการ์ตูนกับหนังสือการ์ตูนมาอ่าน

แต่พอบอกเพื่อนไปว่าอยากลองเจาะหูดูมั่ง มันก็พากันยกโขยงไปกันเกือบทั้งแก็ง

ตอนแรกเสียวๆหน่อย.....เราเลือกร้านที่ใช้เข็มเจาะครั้งเดียวแล้วทิ้ง

เพื่อความปลอดภัย (ก็คนมันกลัวนิ เรื่องเลือดๆมันอันตราย)

ไม่ได้ดูว่าเข็มใหญ่เล็กแค่ไหนแต่เพื่อนบอกว่ามันอันใหญ่ ก็ประมาณซัก เข็มเจาะเลือดอ่ะแหล่ะ

แทงลงไปปุ๊บ...จี๊ดดดดด เลย มันเจ็บตอนดันเข้าไป

ปะแล๊บ แปล๊บ แบบเมือนโดนมีดบาดหน่อยๆนะ สักพักก็เบาลง เพราะว่าตอนเอาตุ้มหูมาใส่มันยังเจ็บอยู่เลยไม่เป็นไร

พอผ่านไปอีกซักพักก็เริ่มหายเจ็บ แต่มันยังมีอาการนิดๆเท่านั้นเอง

พอเสร็จก็นึกขึ้นได้ว่าแม่บอกไว้ว่า

ถ้าหากเจาะหูห้ามกินของเปรี้ยว จำพวกของดอง และพวกลูกชิ้นเนื้อซักพักนึงหรือจนกว่าแผลจะหาย

จะทนได้ไหมเนี่ย เรื่องกินเรื่องใหญ่ซะด้วย.....ฮือออออออ.....แง่งงงงๆๆๆๆๆๆ

พวกลัทธิกินเนื้อจะทำเยี่ยงไรดีล่ะทีนี้....เศร้าเลยเรา


มาดูเรื่องการเตรียมตัวก่อนเจาะดีกว่า ว่าควรทำอย่างไร

ต้องขอบคุณข้อมูลจาก http://newunewlook.com

ข้อเตือนใจก่อนไปเจาะหู


1. ควรเลือกผู้ที่ชำนาญหรือแพทย์เป็นผู้เจาะหูให้กับคุณ

2. ถ้าคุณมีประวัติผิวหนังแพ้โลหะ หรือมีประวัติว่าเวลาคุณมีบาดแผลจะเกิดเป็นแผลนูนหนา ที่เรียกว่า คีลอยด์ ได้ง่าย คุณควรหลีกเลี่ยงการเจาะหูค่ะ

3. หลังจากที่เจาะหูแล้ว ควรใช้ต่างหูที่ใส่ตั้งแต่วันเจาะ ใส่ทิ้งไว้อย่างน้อย 6 สัปดาห์

4. ชำระล้างบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของใบหูที่เจาะไว้ด้วยน้ำสบู่วันละ 2 ครั้ง

5. พยายามหมุน หรือขยับต่างหู วันละ 3 - 4 ครั้ง เพื่อป้องกันมิให้รูที่เจาะไว้ตัน

6. หลังจากเจาะหูแล้ว บริเวณนั้นอาจมีอาการบวมแดงและเจ็บได้เล็กน้อย แต่ถ้าบวมมาก มีน้ำหนองไหล หรือปวดมาก ควรรีบไปพบแพทย์ค่ะ


ต่างหู หรือตุ้มหูนั้น เป็นเครื่องประดับของผู้หญิงเรามานานแล้ว ส่วนมากมักนิยมเจาะหูให้เด็กผู้หญิงตั้งแต่ยังเล็ก ๆ แต่ปัจจุบันเราจะเห็นเด็กผู้ชายนิยมพากันไปเจาะหู ข้างเดียวบ้าง เจาะ 2 ข้างบ้าง ทราบหรือไม่คะว่าในอเมริกา การเจาะหูสำหรับผู้ชาย มันมีความหมายแฝงอยู่.. ถ้าใส่ต่างหูข้างซ้ายก็หมายถึงชายชาตรีทั้งแท่ง แต่ถ้าสวมต่างหูด้านขวา จะหมายถึงเป็นหนุ่มประเภท tootsie (Left is right. Right is wrong - สวมต่างหูด้านซ้ายถูกเพศ สวมต่างหูด้านขวาผิดเพศ) เรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ต้องระวังค่ะ...

แฟชั่นวัยรุ่นปัจจุบันนิยมการระเบิดหู โดยการเจาะหูที่มีรูใหญ่กว่าปกติหลายเท่า และใส่อุปกรณ์คล้ายต่างหูเข้าไปให้มีจุดเด่น สะดุดตา วิธีการเจาะก็โดยใช้แอลกอฮอล์ทาบริเวณที่ต้องการเจาะ ส่วนใหญ่จะเป็นกลางติ่งหู แล้วใช้เครื่องมือเจาะหู หลังจากดึงผิวหนังบริเวณติ่งหูให้ตึงแล้วใช้อุปกรณ์ขยายรูเบอร์เล็กใส่ไปก่อน แต่ใช้เบอร์ใหญ่กว่านี้ไปขยายต่อที่บ้าน หรือถ้าไม่กล้าใส่เอง ทางร้านจะนัดมาขยายอาทิตย์ละครั้ง จนได้ขนาดของรูเป็นที่น่าพอใจของลูกค้า แล้วจึงใส่ตุ้มหูที่ต้องการเป็นขั้นสุดท้าย

การเจาะนั้นร้านดี ๆ จะเจาะให้ฟรี แต่ต้องซื้อต่างหูหรืออุปกรณ์ขยายรูหู ซึ่งสนนราคาประมาณ 150 - 500 บาท แต่ถ้าเป็นของแท้ หรือของนำเข้าจากต่างประเทศราคาจะสูงขึ้นอีกหลายเท่า 800 - 3,000 บาท โดยประมาณ แต่อันตรายที่พบมีมาก เช่น ติดเชื้อโรค หูฉีก เอ็นใบหูอักเสบ ช่องหูติดเชื้อ HIV และอื่น ๆ อีกมากมาย

หากคุณคิดจะเจาะหู ควรจะให้แพทย์หรือผู้ที่มีความชำนาญด้านนี้เป็นคนเจาะจะดีกว่า ต้องดูว่าเครื่องมือที่เขาใช้เจาะหูให้คุณนั้นเป็นของใหม่ ใช้แล้วทิ้ง เรื่องนี้ต้องระวังนะคะ ถ้าเครื่องมือที่ใช้เจาะหูไม่สะอาดพอ คุณอาจติดเชื้อโรคที่ติดต่อทางเลือดได้ เช่น เชื้อโรคตับอักเสบหรือโรคเอดส์ จำได้ว่าสมัยที่ยังเป็นนักเรียน เพื่อน ๆ หลายคนเจาะหูกันเอง โดยใช้น้ำแข็งมาแปะที่หูให้ชา ไม่ก็ใช้ยาหม่องนวดจนร้อน แล้วใช้ต่างหูเงินเช็ดแอลกอฮอล์ จิ้มเข้าไปในหู โชคดีว่า 1 ในนั้นไม่ใช่เรา และเพื่อน ๆ กลุ่มนั้นก็ไม่มีใครติดเชื้ออะไรเลย แต่คนอื่น ๆ อาจไม่โชคดีแบบนี้ก็ได้นะคะ

ในการเจาะหูถ้าคุณเป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคเลือดผิดปกติบางอย่าง สิวอักเสบชนิดเป็นซิสต์ โรคตุ่มหนองพุพองตามผิวหนัง โรคไข้รูมาติค และโรคแพ้โลหะ ขอแนะนำว่า อย่าพยายามเจาะหูเลยค่ะ ใช้ต่างหูแบบหนีบน่าจะปลอดภัยกว่า

ผลเสียของการเจาะหูก็มีเช่นกัน สมาคมแพทย์อเมริกันได้เตือนไว้ว่า การเจาะหูโดยเฉพาะที่ทำโดยบุคคลที่ไม่มีความรู้ความชำนาญทางด้านการแพทย์ อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ ที่สำคัญได้แก่ โรคติดเชื้อ เช่น โรคตับอักเสบ โรคเอดส์ เลือดอาจจะออกมาก อาจเกิดเป็นแผลเป็นนูนโต ที่เรียกว่า คีลอยด์ และเกิดอาการแพ้โลหะในต่างหู เคยมีคนเสียชีวิตจากผลแทรกซ้อนของการเจาะหูมาแล้วนะคะ

ในผู้ป่วยโรคหัวใจกลุ่มหนึ่ง มีปัญหาลิ้นหัวใจพิการ เช่น ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว โดยความผิดปกติของลิ้นหัวใจนี้อาจเป็นมาแต่กำเนิด หรือ เพิ่งมาเป็นภายหลังก็ได้ เช่น โรคหัวใจรูห์มาติค การศึกษาจาก Mayo Clinic สหรัฐอเมริกา พบว่ามีผู้ป่วยลิ้นหัวใจพิการเหล่านี้ ไปทำการเจาะร่างกาย ตามส่วนต่างๆ เช่น เจาะหู สะดือ ลิ้น ทั้งนี้เพื่อความเก๋ เท่ห์ ทันสมัย แต่แล้วพบว่าผู้ป่วยเหล่านี้ เกิดการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจตามมา พบมากถึง ร้อยละ 25 หมายความว่า ไปเจาะ 4 ราย โอกาสติดเชื้อ 1 ราย ซึ่งนับว่ามาก และ เป็นปัญหาในการรักษาอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วลิ้นหัวใจพวกนี้อ่อนแอกว่าปกติ เมื่อส่วนของร่างกาย ถูกเจาะ จะทำให้มีเลือดออก และ เชื้อโรคบริเวณนั้นสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ บริเวณที่เจาะหากสกปรก มีเชื้อโรคมาก เช่น ในช่องปาก หรือ การเจาะ ไม่สะอาด ก็ยิ่งทำให้เกิดปัญหาติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจง่ายขึ้น เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดก็จะไปเกาะที่ลิ้นหัวใจ และ ทำให้เกิดลิ้นหัวใจอักเสบ ซึ่งยากต่อการรักษา โดยมากจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เป็นปัญหาทั้งตัวเองและเศรษฐกิจโดยรวมด้วย

การแพ้ต่างหูเกิดจากอะไร
สาเหตุที่ทำให้ผู้ที่นิยมประดับติ่งหูด้วยต่างหู แล้วเกิดอาการแพ้ที่ผิวหนังได้นั้น เป็นเพราะก้านเสียบต่างหูเกือบทุกอัน มีส่วนประกอบเป็นนิกเกิ้ล เป็นที่ทราบกันดีในวงการแพทย์ผิวหนังว่า โลหะนิกเกิ้ล เป็นตัวกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดอาการแพ้สัมผัสได้ง่าย โดยเฉพาะผิวหนังที่มีรอยฉีกขาด ถลอกอยู่แล้ว คนส่วนใหญ่เชื่อว่า เมื่อใช้ต่างหูทอง 14 กะรัต หรือ 18 กะรัต จะปลอดภัยจากการแพ้ แต่นั่นเป็นความเชื่อที่ผิดนะคะ คำว่าทอง 14 กะรัต หมายถึงมีทองอยู่ 14 ส่วน และนิกเกิ้ลอยู่ 10 ส่วน และคำว่าทอง 18 กะรัตนั้น หมายถึงว่ามีทองอยู่ 18 ส่วน และนิกเกิ้ลอยู่ 6 ส่วน นั่นคือคุณหนีนิกเกิ้ลไปไม่พ้นหรอกค่ะ


ลักษณะของผื่นผิวหนังจากการแพ้ต่างหูจะเห็นเป็นผื่นแดงที่ติ่งหู คล้าย ๆ มีการติดเชื้อ ที่จริงแล้วโดยทั่วไปจะเป็นแค่การอักเสบจากการแพ้เท่านั้น แต่บางครั้งจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อได้ ถ้ามีการแพ้ต่างหูเกิดขึ้น ควรไปพบแพทย์ผิวหนังทันทีค่ะ

ต่างหูแบบใช้แล้วไม่แพ้
การป้องกันไม่ให้เกิดการแพ้ต่างหูนั้น หลังจากเจาะหูแล้วควรใช้ต่างหูที่ทำด้วยสแตนเลส สตีล แบบที่ใช้ทำเครื่องมือแพทย์ใส่ไว้อย่างน้อย 3 เดือน จากนั้นจึงเปลี่ยนมาใช้ต่างหูอื่นได้ แต่ควรเลือกชนิดที่ไม่ทำให้แพ้นะคะ จะมีเขียนไว้ค่ะว่า Allergy-free earrings


บทความเกี่ยวกับการเจาะหู

"เจาะเนื้อหนังฝังแฟชั่น" เทรนด์ฮิต ที่ต้องเตรียมใจ(เจ็บ)

กระแสการเจาะผิวหนังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปักหมุด ใส่ห่วง หรือล่าสุดมีการทำสการ์ หรือแผลเป็นให้เป็นลวดลายต่างๆ และยิ่งเดี๋ยวนี้เราๆ จะเห็นหนุ่มปักหมุดคิ้วหรือสาวร้อยห่วงบนปากเดินบนห้างเป็นเรื่องธรรมด้า...ธรรมดาไปซะแล้ว

แฟชั่นเจาะคืออะไร

อย่างที่รู้ๆ การเจาะในที่นี้คือการร้อยเข็มเข้าไปในร่างกายเพื่อให้เป็นรูและใช้จิวเวอรี่ร้อยเข้าไปเพื่อประดับตกแต่งร่างกาย ส่วนใหญ่บริเวณที่นิยมเจาะคือ หู จมูก และสะดือ แต่ในยุคนี้ไม่ว่าส่วนไหนของร่างกาย ก็สามารถเจาะเป็นแฟชั่นได้ทั้งนั้น

ข้อคำนึงเมื่อถึงเวลาอยากเจาะ

หากคุณตัดสินใจเจาะผิวหนังแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงคร่าวๆ คือต้องดูว่า บริเวณไหนที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงว่าบริเวณที่จะเจาะต้องสะอาด โดยใช้สบู่ป้องกันแบคทีเรียและจุลินทรีย์ (ยกเว้นลิ้น